Japan,Here I come!!! ฉบับชาวบ้านชาวบ้าน
posted on 22 Mar 2009 17:00 by lusiferchan in lusiferchanสวัสดี ณ เวลา 7:00 Pm กรุงโตเกียวจ้า
ตอนนี้ถึงญี่ปุ่นเรียบร้อย กำลังนั่งดูรายการยามค่ำวันอาทิตย์
(ทำตัวสบายใจชิวๆมั่กมาก ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก)
เป็นการมารอบที่ 4 (หรือ 5?)แล้วค่า แต่ไม่เคยจะเขียนรีพอร์ตสักที เพราะมากี่ที
ก็มาอยู่เป็นเดือนๆ ถ่ายรูปไว้เพียบแต่พอกะว่าจะเขียนก็ลืมทุกที(ฮา)
จะใช้คอมของท่านป้ามันก็ดันเป็นแป้นภาษาญี่ปุ่น จะเขียนรีพอร์ตเป็นภาษาปะกิด
ก็ไม่อาจหาญพอ(สกิลเราอ่อนด๋อยส์มาก)
เอาล่ะ นี่คือรีพอร์ตสไตล์ชาวบ้านชาวบ้านจ้ะ อาจจะไม่ถูกต้องจริงๆเพราะเขียน
จากประสบการณ์ตัวเองล้วน ๆ ใครมีข้อแนะนำติติงก็เชิญได้เลยนะจ้ะ
เริ่มที่
แรมโบ้ : บรื๊นนนน~
เวลา 21:35 สนามบินสุวรรณภูมิ กับสายการบินไทยเที่ยว TG640 พาน้องแรมโบ้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย
เช็คอินเสร็จก็มีเวลาเตะถ่วงสักเล็กน้อย คุณแม่เลยพาไปนั่งทานอะไรก่อนจะขึ้นเครื่อง
เลยไปซัดข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสดของ S&P เป็นการส่งท้ายอาหารไทยก่อนจะไปหมกกับมาม่าเอ๊ยราเม็ง
ผ่าน Gate ไปได้ก็ช๊อปช๊อกโกแลต Duty fee กับซื้อทุเรียนอบกรอบไปฝากญาติที่ญี่ปุ่นสักหน่อย
(ซึ่งหมดไปกว่าครึ่ง ณ บนเครื่อง 5555555 จะโดนพี่สาวเตะีรึเปล่าเนี่ย)
เที่ยวบินรอบกลางคืนวันนี้ อากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิท้องฟ้าค่อนข้างโปร่งเลยทีเดียว
นั่งประจำที่สักแป๊บนึงก็ได้เวลาเครื่องขึ้น วันนี้เห็นพระจันทร์ค่อนข้างชัดทีเดียว
พาคุณชายกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด
เคย์ : ......................... (เหมือนจะโดนพี่เมี่ยนยึดโทรศัพท์ที่สนามบิน อดโทรหายูยะ)
me : 55555555555555
เคย์ : ขำอะไรครับท่านแม่(ยิ้มเหี้ยม)
การบินรอบดึกมีข้อดีอย่างคือค่อนข้างเงียบสงบมากๆ เพราะเท่าที่ดูกัปตันยังพูด
ไม่เสร็จคนหลับไปกันค่อนเที่ยวบินแล้ว(แต่คุณแอร์โฮสเตสก็ยังเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มเรื่อยๆนะ)
จขบ. เองหลังจากซัดน้ำส้มแกล้มนิยาย Y ไปสักแป๊บก็เป็นอันนิทราเหมือนกัน
(หรือน้ำส้มเขาจะยัดยาล้มช้างหว่า) ตื่นมาอีกทีก็
ฟ้าสางแล้ว~~
ตอนนี้บินอยู่เหนือน่านฟ้าโอซาก้า(เท่าที่ฟังกัปตันประกาศ) นานแล้วที่ไม่ได้เห็น
พระอาทิตย์ขึ้นนะเนี่ย อยู่บ้านปกติตื่น 10 โมง เที่ยง(ก๊ากกกก เลว)
พระจันทร์ดวงเดิมก็ยังตามมาอยู่บนฟ้าเดียวกันกับกรุงเทพ
สวัสดีนาริตะ!! ในที่สุดก็ถึงซะที อุณหภูมิภาคพื้นวันนี้ 10 องศาเซลเซียส
อากาศกำลังดีค่ะ เย็นๆไม่ถึงกับหนาว(แต่มันมาหักหลังกันที่หลัง) แค่เสื้อแขนยาว
แจ๊กเกตสักตัวก็เอาอยู่แล้ว เวลาท้องถิ่นตอนนี้ก็ 6 โมงเช้าพอดี
ลงจากเครื่องก็ได้เวลาเช็คที่ด่านอิมเมเกชั่นเข้าประเทศญี่ปุ่น คราวนี้เขามีการเช็ค Bio
อะไรสักอย่างสำหรับคนต่างชาติด้วย(คาดว่าน่าจะเป็นประวัติการเข้าประเทศ) เพราะตอนนี้
มีการให้ปั้มลายนิ้วมือทั้งสองข้างและถ่ายรูปด้วยกล้องที่หน้าด่านตรวจด้วย
(สงสัยเราไม่ไ้ด้มา 1 ปีแล้วแฮะ) การซักถามก็ไม่ยากเท่าไร ตอบตามประเภทวีซ่าที่ขอมาก็โอเค
งวดนี้โดนถามไล่ไปช่องพาสปอร์ตญี่ปุ่นอีกแล้ว เฮ้ยยยย ตูเป็นคนไทยน้าาา!!!
เที่ยวบินเช้านี่ก็ดีอย่างตรงที่คนไม่ค่อยเยอะค่ะ สนามบินนาริตะมีขนาดที่กระทัดรัดแต่ไม่น่าเชื่อ
ว่าจะกระจายคนได้อย่างไม่แออัดเลย(แถมเดินง่ายด้วย) งวดนี้เรามาพร้อมกับลุงกับป้า
หลังจากรับกระเป๋าแล้วเลยต้องกลับด้วยรถไฟ คราวที่แล้วคุณลุงมารับที่สนามบิน
คราวนี้ต้องกระเตงกระเป๋าใบใหญ่ไปกัน 3 คน 55555555
ตอนแรกว่าจะเช่ามือถือที่สนามบินนาริตะ ค่าเช่าตกวันละ 300 เยน คิดค่าโทรนาทีละ 100 เยน
เหมาะสำหรับคนมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นค่ะ ตอนนี้สามารถเอาโทรศัพท์เรามาแล้วซื้อซิมส์
ที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้วด้วย
แต่พอคำนวณเวลาในการอยู่แล้ว ไม่คุ้มกับคนอยู่ยาวอย่างเราจริงๆ T^T ค่าบริการโทรศัพท์เดือนละ
หมื่นกว่าเยน แถมมีค่าค้ำประกันเครื่อง 60,000 เยนด้วย จะรูดการ์ดไว้ก็เสียดาย(ด้วยความงก ถึง
จะได้คืนก็เถอะ)<-- มันกะเอาตังค์ไปซื้อโดจิน ซื้อตุ๊กตา ซื้อฟิกเกอร์
ไว้เดี๋ยวลองหามือถือถูกๆใช้อีกที
ออกจากนาริตะด้วยรถไฟสาย Keisei line ไปลงสถานี tokyo
ขนาดเช้าวันอาทิตย์ (เวลาประมาณ 8:00 am)รถไฟยังแน่นไปด้วยผู้คนเลยจ้ะ คนส่วนใหญ่
ที่ญี่ปุ่นนี่ใช้รถไฟเดินทางเป็นหลักจริงๆ (ขนาดนี่เส้นนอกเมืองนะ) นาริตะเป็นสนามบินที่อยู่
ห่างออกไปจากกรุงโตเกียวค่อนข้างไกลเหมือนกัน ตลอดเส้นทางรอบ ๆ มีบ้านคนอยู่ประปราย
บรรยากาศดูอยู่ต่างจังหวัดซะด้วย เห็นหลายหลังเป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณที่มีนาติดกับตัวบ้านด้วย
พอนั่งไปสักพักก็เจอภาพคุ้นตาสำหรับคนญี่ปุ่นเวลานั่งรถไฟ คว้ามือถือมาส่งเมล์กันซะ
ความเร็วของมือค่อนข้างเทพเลย เห็นสาวญี่ปุ่นข้างๆกดเร็วมากจนอยากรู้ว่ามันส่งข้อความ
ได้กี่คำหว่า ดูแ้ล้วเขียนยาวกว่าเรานั่งเขียนรีพอร์ตนี่ซะอีก
ข้อเสียอย่างนึงของรถไฟสายนอกเมืองก็คือ ประกาศทั้งหมดคุณเจ้าหน้าที่ขับรถไฟจะเป็น
ประกาศทั้งหมด ประเด็นคือเขาจะพูดด้วยภาษาญี่ปุ่นเสียงงึมงำๆในคอ ขอบอกว่าฟังชื่อสถานี
ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!! (ไปต่างจังหวัดฉันจะหลงไหมเนี่ย)
ยังดีว่าสายในเมืองจะเป็นเสียงประกาศของพี่สาวเสียงคอมแล้ว แถมพ่วงภาษาปะกิดด้วย
ใครมาเที่บงไม่ต้องห่วงว่าจะหลงจ้ะ
ลงรถไฟเวลา 9:00 am พอดี หลังจากออมเล็ตมื้อเช้าย่อยไปแ้ล้วเรียบร้อย หลังจากมองซ้ายขวา
ที่สถานีแถวบ้าน เราเลยขอเลือกร้านกิวด้งเป็นมื้อแรกของทริปงวดนี้
น้ำชาจีนร้อนๆ ช่วยคลายหนาว
พอลงมาเสร็จรู้ตัวแล้วว่าสภาพอากาศได้ทำการหักหลังกันซะแล้ว เพราะพอ
ลงจากสถานีมามันดันเหลือ 4 องศาเพราะฝนกำลังจะตก โอ้วโนวววววว
ลมแรงมาก พัดจนโค้ทปลิว นี่ถ้ามีมือถืออยากกดส่ง SMS มาก
"โตเกียวหนาวมาก"
มื้อแรกเช้านี้ ข้าวสวยกับหมูย่างซีอิ้ว (เข้าร้านกิวด้งแต่ดันไม่กินเนื้อแล้ว อด
)
มื้อนี้ 580 เยน อิ่มอร่อยเลย รสชาติโอเคแถมถูกด้วย(ฮา)
ส่วนตัวแล้วชอบบรรยากาศของร้านกิวด้งตามหน้าสถานีมากๆ เพราะจะได้เห็นบรรยากาศยามเช้า
ของเหล่าซารารี่แมนญี่ปุ่น รวมทั้งอื่นๆด้วย ร้านเขาบริการถึงจะไม่หรูแต่ว่าดูเอาใจใส่ลูกค้าดีจ้ะ
เมนูก็สั่งง่ายด้วย เพราะเป็นการหยอดเหรียญซื้อคูปองแล้วเอาไปยื่นที่เคาว์เตอร์ จากนั้นเขาจะ
มาเสิร์ฟเราที่โต๊ะ น้ำเป็นแบบบริการตัวเอง เขาจะเอากระติกน้ำชาร้อนๆมาวางไว้ให้
ช่วงแรกก็ไม่ค่อยชินเพราะปกติเป็นคนกินน้ำเย็น แต่ชาจีนร้อนๆก็โอเคนะ
เช้าวันนี้หน้าสถานีไม่่ค่อยจอแจเท่าไร ถึงจะหนาวแต่อากาศดีมากๆเลย!! มีหนุ่มๆหน้าตาดี
มาวิ่งยามเช้าให้ชื่นใจเล่นด้วย
สวัสดี!!ญี่ปุ่น กับสถานีที่หน้าบ้าน ฉันมาแล้ว!
แล้วไว้เจอกันจ้ะ
p.s.ซากุระเริ่มบานแล้ว!!! ไปเดินเล่นที่ชินจูกุดีกว่า โอ้ ขอให้อากาศดี

)
#1 By Bluemoon on 2009-03-22 18:24